Skip to main content
อิ่มเอม อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน พุทธคยา-ราชคฤห์-พารานสี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี-ทัชมาฮาล-เดลี 9วัน 7คืน โดยสายการบิน THAI AIRWAYS (TG)
Nepal

อิ่มเอม อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน พุทธคยา-ราชคฤห์-พารานสี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี-ทัชมาฮาล-เดลี 9วัน 7คืน โดยสายการบิน THAI AIRWAYS (TG)

Program in Thai

9D/7N
TG

Tour Highlights

อิ่มเอมสายบุญ ตามรอยพระพุทธเจ้าครบทั้ง 4 สังเวชนียสถาน กราบสถานที่ประสูติ ลุมพินี ๐ ตรัสรู้ พุทธคยา ๐ แสดงปฐมเทศนา พารานสี ๐ และปรินิพพาน กุสินารา ๐ เมืองราชคฤห์ ชม "วัด" ชม "มหาวิทยาลัยสงฆ์" แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ๐ ล่องเรือแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตชาวฮินดู ๐ สักการะวัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ๐ ชมความยิ่งใหญ่ของทัชมาฮาล ณ เมืองอัครา

Day-by-Day Itinerary

8.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง 11.00 ออกเดินทางสู่เมืองคยา สาธารณรัฐอินเดีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 327 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) บนเครื่องบิน มีอาหารกลางวันบริการ 12.40 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร *เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศไปยังโรงแรมที่พัก นั่งรถประมาณ 15-20 นาที ที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า นำท่านออกชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาอุปถัมภกคนสำคัญของพระศาสนา ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธสังเวชนียสถานที่ 1 จากนั้นนำชมสัตตมหาสถาน ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันทั้ง 7 แห่ง อันประกอบไปด้วย 1.“พระแท่นวัชรอาสน์” ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 1 2. “อนิมิสเจดีย์” ทรงยืนจ้องพระเนตรที่ต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 2 3. “รัตนจงกรมเจดีย์” ทรงนิมิตฐานจงกรมขึ้น แล้วทอดพระบาทจงกรม เป็นเวลา 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 3 4. “รัตนฆรเจดีย์” โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วเหล่าเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมนั่น 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 4 และชมสถานที่จำลอง ที่สร้างขึ้นโดยรอบพระเจดีย์พุทธคยา พร้อมฟังการบรรยายถึงความสำคัญของสถานที่ต่าง ๆ และพุทธสถานที่สำคัญโดยรอบ อันได้แก่ 5. เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นไทร”เป็นเวลา 7วัน ใต้ต้นอชปาลนิโครที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่ 5 6.เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นจิกมุจลินทร์” ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ 6 7.เสด็จไปประทับใต้ “ต้นเกดหรือต้นราชายตนะ” ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 7 เป็นอันครบ 49 วันแห่งการพิจาณาธรรมด้วยองค์เอง นำคณะจาริกบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์บูชาสังเวชนียสถาน จากนั้นเชิญท่านทัศนาธรรม นั่งสมาธิปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควร นัดหมายเวลา นำท่านกลับโรงแรมที่พัก ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 1)

Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 1)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2) เดินทางถึงประตูเมืองราชคฤห์ ผ่านชมรอยทางเกวียนเก่าสันนิษฐานว่าเป็นรอยเดียวกับครั้งเมื่อสมัยพุทธกาล นั่งรถต่อไปยังเขาคิชกูฎ เพื่อกราบสักการะพระคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เป็นการเดินขึ้นที่สูงโดยมีขั้นบันไดที่ลาดชันไม่มากนัก ก้าวเดินสบาย ระยะทางโดยรวมประมาณ 800 เมตรใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 30 นาที ในสมัยพุทธกาลพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธได้ใช้ทางเดินสายนี้เสด็จฯ ขึ้นไปกราบนมัสการพระพุทธเจ้าเช่นกัน หากท่านไม่สะดวกเดินเท้าหรือปัญหาด้านหัวเข่าแนะนำบริการ เสลี่ยงหามโดยชาวพื้นเมือง (กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์เพื่อจองและชำระค่าใช้จ่าย 1,600 รูปีรวมขาไปกลับ + ทิปคนหาบ) กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 3) นำท่านชม “วัดเวฬุวัน” ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารพระราชทานพระราชอุทยานสวนป่าไผ่ และทรงสร้างวัดเวฬุวัน ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าในพรรษาแรกปลังเสด็จตรัสรู้และเป็นสถานที่ที่พระอริยสงฆ์สาวกจำนวน 1,250 รูป ซึ่งล้วนเป็น ภิกษุเอหิภิกขุ-อุปสัมปทา กล่าวคือ ภิกษุที่พระพุทธเจ้า ทรงให้การอุปสมบทด้วยพระองค์เอง มาประชุมพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายทำให้เกิด “วันมาฆะบูชา” ขึ้น นำท่านสวดมนต์บูชาสถานที่ และอิสระท่านเจริญภาวนา ออกเดินทางต่อไปยังเมืองนาลันทา (ใช้เวลานั่งรถ 40 นาที) นำท่านเข้ากราบนมัสการพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินแกรนิต “หลวงพ่อดำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่รอดพ้นจากการถูกเผาทำลายของพวกอิสลามในพุทธศตวรรษที่ 18 ทัศนาต่อไปยัง “นาลันทาคาม” บ้านเกิดของพระสารีบุตร อัครสาวกฝ่ายขวา ซึ่งต่อมาได้เป็นสถานที่สร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาที่รุ่งเรืองในอดีต พระถังซำจั๋ง (หลวงจีนหยวนฉาง) ได้เคยจาริกมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 และศึกษาพระธรรมและเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเคยเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 4)

Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 4)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ นำท่านชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาคนสำคัญของพระศาสนา บุตรสาวของคฤหบดีเศรษฐีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีต แด่พระบรมศาสดาก่อน การตรัสรู้ ถือเป็นภัตตาหารอันประณีตและยังความหมายต่อชาวพุทธถึงปัจจุบัน ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ จากท่าน้ำนี้ท่านสามารถเห็นเจดีย์มหาโพธิ์ ออกเดินทางสู่เมืองพารานสี นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางมีจุดแวะพักอิริยาบถ เข้าห้องน้ำสะอาด กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 6) กราบสักการะ ธรรมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ อีกหนึ่งแห่ง สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงโปรดแสดงพระธรรมเทศนา บทสำคัญ มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ผลแห่งการแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรกทำให้ท่านพระโกญฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรมคือ บรรลุธรรม และขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถึงเมืองพารานสี นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ 40นาที) เพื่อชมพิธีบูชาศิวะเทพเจ้าของชาวฮินดูแท้ เป็นพิธีศักดิ์ และมีการบูชานี้ในทุกวันริมฝั่งแม่น้ำคงคา ฟรี กระทงบูชาต่อพระแม่คงคาและยังสามารถเจริญจิตปล่อยทุกข์ปลดโศก ปลงสังขารในโค้งน้ำศักดิ์นี้ พร้อมทั้งชมพิธีการปลงสังขารสุดท้ายชองชีวิตแบบฮินดู ที่ท่าเผาศพที่กองไฟไม่เคยมอดดับ สืบต่อเนื่องมานานกว่า 4,000 ปี ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 7) ที่พัก Hotel The Fern / Hotel Pinnacle หรือระดับเทียบเท่า

Hotel The Fern / Hotel Pinnacle หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 7)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8) นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ40นาที) เพื่อชมพิธีบูชาศิวะเทพเจ้าของชาวฮินดูแท้ ที่มีความเชื่อว่าเป็น แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ (Mt. Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) โค้งแม่น้ำคงคานี้ มีความเชื่อทั้งทางฮินดูและพุทธ จากนั้นนำท่านกราบสักการะสถานที่แสดงปฐมเทศนา พุทธสังเวชนียสถานที่ 2 สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงโปรดแสดงพระธรรมเทศนา บทสำคัญ มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” พระรัตนตรัยบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน นำท่านชมพระมูลคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เสาศิลาจารึกพราหมณีของพระเจ้าอโศก กลุ่มอิฐกุฏิ กว่า 100 หลัง ที่ขุดค้นและบูรณะโดยรอบ นำคณะผู้จาริกบุญ สวดมนต์บทธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 9) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ ออกเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง) นำท่านกราบศูนย์รวมใจของคนไทยคือ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา : พระมหาเจดีย์ที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแปลนและพระราชทานนาม ประดิษฐานมงคลพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า (พระเกศา) ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ภายในวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 10) ที่พัก Hotel Om Residency / Hotel Lotus Nikko หรือระดับเทียบเท่า

Hotel Om Residency / Hotel Lotus Nikko หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 10)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11) นำท่านสู่ สาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานที่ 3 ชมปรินิพพานวิหารและ กราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานเหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้า จริงๆ และปรินิพานสถูป จากนั้นนำท่านขึ้นรถ ออกไปไม่ไกลไปนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์เมื่อท่านมายังสถานที่แห่งนี้แล้วจะรู้สึกสลดใจในการจากไปของพุทธบิดาแห่งชาวพุทธ กลางวัน กลับโรงแรม รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 12) เชคเอ้าท์ สัมภาระ ออกเดินทางไปเมืองลุมพินี ประเทศเนปาล (ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง) ก่อนถึงชายแดนด่านตรวจหนังสือเดินทางออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่เนปาล แวะพักอิริยาบทวัดไทย 960 ได้เวลาสมควรเชิญท่านขึ้นรถ ถึงบริเวณด่านตรวจคนเข้า- ออกเมือง ฝั่งอินเดีย เชิญท่านลงสแกนนิ้วมือพร้อมลงตราออกจากประอินเดีย จากนั้นนับจำนวนรวมพลอีกครั้งเพื่อนำท่านขึ้นรถด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศเนปาล ค่ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 13) ที่พัก Hotel Asian Buddha / Hotel Landmark หรือระดับเทียบเท่า

Hotel Asian Buddha / Hotel Landmark หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 13)

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 14) มงคลในดินแดนประสูติกาลมหาบุรุษ นำท่านสู่ สวนลุมพินีวัน โดยการเปลี่ยนรถไปนั่งรถสามล้อเล็ก โดยบริการของชาวพื้นเมือง เมื่อลงรถแล้ว ท่านสามารถแวะห้องน้ำได้ที่ศูนย์บริการพักจากกการบริจาคของชาวไทย หลังจากนั้น นำท่านเดินเท้า เข้าสู่พุทธสถานแห่งการประสูติกาล เชิญท่านถ่ายรูปบริเวณพระพุทธเจ้าน้อย ที่อัญเชิญจากประเทศไทย ประดิษฐานลานแห่งศรัทธา เพื่อนำรวมพลก่อนเข้าสู่สวนด้านใน กราบนมัสการรอยพระบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ วิหารมหามายเทวี (ใหม่) จากนั้นชมสระโบกขรณี ที่น้ำไม่เคยแห้ง คณะสวดมนต์บูชาสถานที่ และเชิญท่านปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย นำท่านชมซุ้มประตูเมือง Rumi Darwaza อัญมณีทางสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลที่กระซิบถึงเรื่องราวในยุคอวาดีอันรุ่งโรจน์ หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งมีสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชม อิม่าม บารา สถาปัตยกรรมสำคัญของเมืองลัคเนา ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในสมัยนาวับแห่งอาวัธ ราวปี ค.ศ. 1784 มีจุดเด่น ที่อาคารโถงใหญ่ไร้คาน รองรับหลังคาขนาดมหึมา “Bhool Bhulaiya” ที่มีประวัติศาสตร์และความสำคัญของสถาปัตยกรรมในยุคของ Nawab (ผู้ปกครองของอาณาจักร Oudh หรือ Awadh) และมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และการปฏิวัติ อินเดียในปี 1857 ไกเซอร์บาคเป็นพระราชวังแห่งที่ 4 และแห่งสุดท้ายของนาวับที่ปกครองลัคเนา กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 15) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ ออกเดินทางสู่ชายแดนเนปาล เข้าสู่ประเทศอินเดียอีกครั้ง >br< เดินทางจต่อไปยังเมืองสาวัตถี นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางมีจุดแวะพักอิริยาบถ วัดไทย ค่ำ รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16) ที่พัก Hotel Platinum / Hotel The Tulip Inn หรือระดับเทียบเท่า

Hotel Platinum / Hotel The Tulip Inn หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 17) นำท่านสู่ วัดพระเชตวันมหาวิหาร เป็นวัดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา สร้างโดย อนาถบิณฑิกเศรษฐี ตั้งอยู่ในเขตเมืองสาวัตถี แคว้นโกศลระหว่างทางจะได้ผ่านชมบริเวณที่สันนิษฐานกันว่าเป็นที่ซึ่งธรณีสูบพระเทวทัต ในบั้นปลายชีวิต นำท่านเข้ารับละอองบารมีโดยรอบ วัดพระเชตวันมหาวิหาร ที่ประทับจำพรรษาสำคัญและนานที่สุดของพระพุทธองค์ (19 พรรษา) นมัสการ พระมูลคันธกุฎี มหากุฏิของพระพุทธองค์ กราบสักการะอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์และยังคงเป็นยืนต้นมาจนปัจจุบัน นำชมบ่อน้ำสรงส่วนองค์ของพระพุทธองค์, สถูปพระอรหันต์แปดทิศ, กุฏิพระราหุล, พระมหากัสสปเถระ, พระสีวลีและพระสารีบุตรตามลำดับ จากนั้นนำสวดมนต์บูชาสถาน และอิสระเวลาท่านเชิญที่ตามอัธยาศัย กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18) นำชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ปัจจุบันคือซากโบราณสถานตั้งอยู่ไม่ไกลจาก วัดพระเชตะวัน อันเป็นที่รำลึกถึงผู้เป็นอัครมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นเลิศด้านการถวายทาน ในบริเวณใกล้เคียงนำชม สถูปองค์คุลีมาล คฤหาสน์ของพราหมณ์ปุโรหิตผู้เป็นบิดาของพระองคุลีมาล เนินดินนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับใจ ที่ย้ำเตือนถึงพุทธประวัติ ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงโปรดโจรองคุลีมาล ด้วยพุทธดำรัสอันโด่งดังว่า "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" จนทำให้มหาโจรผู้ฆ่าคนมา 999 ศพ กลับใจบวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุ กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ เดินทางสู่เมืองอัครา ใช้เวลาในเดินทาง 5 ชั่วโมง ที่พัก Hotel Crytal inn / Hotel Crimson หรือระดับเทียบเท่า ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 19)

Hotel Crytal inn / Hotel Crimson หรือระดับเทียบเท่า

Dinner: รับประทานอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 19)

เช้า รับประทานอาหารที่ห้องอาหารขอโรงแรม (มื้อที่ 20) นำท่านออกเดินชมความงดงามอนุสรณ์แห่งรักอมตะ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา ทัชมาฮาล Taj Mahal อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่และนิจนิรันดร์ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลมีต่อพระมเหสี มุมตัส มาฮาล และได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2526 หรือปีคริสต์ศักราช 1983 โดมนี้ผสมผสานประเพณีการออกแบบของสถาปัตยกรรมอินเดีย-อิสลามและโมกุล นำท่านเที่ยวชม ป้อมอัครา Agra Fort เป็นป้อมปราการที่สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา โค้งน้ำยมุนาฝั่งเดียวกับทัชมาฮาล พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าซาจาร์ฮาล กษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล ซี่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหาร มาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร กลางวัน รับประทานอาหาร (มื้อที่ 21) นำท่านเที่ยวชม พระราชวังสีอำพัน (AMBER FORT) ซึ่งอดีตเคยเป็นราชธานีแห่งเมืองชัยปุระ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูงเหนือทะเลสาบเมาตา (MAOTA LAKE) และรายล้อมไปด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเก่า ในยุคศตวรรษที่ 11 จากนั้นออกเดินทางไปยังเดลี ใช้เวลานั่งรถ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทาง มีจุดแแวะพัก เข้าห้องน้ำสะอาด ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารในเมืองเดลี (มื้อที่ 22) จากนั้น เดินทางท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี เชคอินสัมภาระที่เคาเตอร์สายการบินไทย

Dinner: รับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารในเมืองเดลี (มื้อที่ 22)

00.20 ออกเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบิน TG316 05.45 ถึง สนามบินสุวรรณภูม โดยสวัสดิภาพ

Gallery

Share: