6
มิลาน - Serravalle OUTLET – มิลาน – ปราสาทสฟอร์ซา - มหาวิหารมิลาน - แกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 - สนามบินมิลาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ Serravalle Outlet เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ในเครือแม็คอาร์เธอร์เกลน ให้เวลาท่าน ได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมายที่ต่างนำมาจัดรายการ อาทิ เช่น Gucci, Bally, Hugo, Boss, Benetton, Burberry, Calvin Klein, Crocs, Geox, Lacoste, Nike, Oakley, Diesel, Samsonite และอื่นๆ อีกมากมาย
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก
พิเศษทุกท่านจะได้ชิม เจลาโต้ ท่านละ 1 โคน หรือ 1 ถ้วย จากร้านดังประเทศต้นกำเนิด
1.Venchi Cioccolato e Gelato (เวนคี่) แบรนด์ช็อกโกแลตและเจลาโต้ระดับลักชัวรีชื่อดังของอิตาลี ในอดีต Venchi ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "Purveyor to the Royal Household" อดีตผู้จัดส่งเจลาโต้อย่างเป็นทางการให้ราชวงศ์อิตาลี ซึ่งการันตีความพรีเมียมขั้นสูงสุด ใช้เฉพาะวัตถุดิบเกรดที่ดีที่สุดของอิตาลี เช่น ถั่วเฮเซลนัทจากแคว้นปีเอมอนเต (Piedmont Hazelnuts) และ ถั่วพิสตาชิโอเขียวจากเมืองบรอนเต (Green Pistachioจาก Bronte) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกถั่วที่แพงและหอมที่สุดในโลก ใช้ช็อกโกแลตซิงเกิลออริจิน (Single-origin) ชั้นเลิศจากเอกวาดอร์ เวเนซุเอลา และเปรู ซึ่งได้รับรางวัลช็อกโกแลตทองคำ (Tavoletta d'Oro) เช่น รส Venezuelan Milk Chocolate เจลาโต้รสชาติที่แนะนำ เช่น รสดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น 75% (Cuor di Cacao) เนื้อแน่น หนึบ ได้รสช็อกโกแลตแท้แบบเต็มคำ, รสช็อกโกแลตคาเวียร์ (Chocoviar) ไอศกรีมรสช็อกโกแลตเข้มข้นที่โรยหน้าด้วยเกล็ดช็อกโกแลตทรงกลมเล็กๆ ลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์, รสCremino / Gianduja รสชาติคลาสสิกสไตล์อิตาลีตอนเหนือ เป็นการผสมผสานระหว่างช็อกโกแลตนมและซอสถั่วเฮเซลนัทบดจนเนื้อเนียนละเอียด หอมมันนัวมากๆ
2.Ciacco Gelato Senz'Altro (ชักโก้) หนึ่งในร้านที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในมิลาน ความโดดเด่นของร้านนี้คือการทำเจลาโต้แบบ "สะอาด" ไม่ใส่สารเคมี สี หรือสารแต่งกลิ่นใดๆ เนื้อไอศกรีมนุ่มหนึบ รสชาติวัตถุดิบชัดเจนมาก ได้อันดับ 1 ใน 100 สุดยอดร้านเจลาโต้อาร์ติซานที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลี ประจำปี 2026" ซึ่งจัดอันดับโดย Dissapore (สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำด้านอาหารและไวน์ของอิตาลี) Best Gastronomic Gelato ในอิตาลี (ปี 2019): รางวัลเจลาโต้เชิงอาหารคาว-หวานยอดเยี่ยมระดับประเทศ , เป็น 1 ใน 77 ร้าน (จาก 583 ร้านที่ได้เข้าชิง) ที่ได้รางวัลสูงสุดระดับ 3 กรวย (Tre Coni) จาก Gambero Rosso นี่คือ รางวัลสูงสุด เทียบเท่ามิชลินสตาร์ของวงการเจลาโต้ ซึ่ง Ciacco คว้ารางวัลนี้มาครอง รสชาติที่แนะนำ เช่น รสพิสตาชิโอ (Pistacchio) ของที่นี่ขึ้นชื่อมาก หอม มัน เข้มข้น และออกเค็มปลายนิดๆ จากเกลือทะเล , รสช็อกโกแ ลตซอร์เบต์ (รสเจ) (Massa Carrara) ที่เข้มข้นดุดันสะใจแต่เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มจนแทบไม่น่าเชื่อว่าไม่ได้ใส่นม, รสชาติประจำฤดูกาล (Seasonal) แนะนำรสชาติแปลกๆ ในเดือนนั้นๆ เช่น รสฟักทองทอร์เทลโล (Pumpkin & Tortello) หรือ ผลไม้ป่าแปลกๆ
3.Artico Gelateria Tradizionale (อาร์ติโก้) เป็นหนึ่งในร้านเจลาโต้ที่ทรงเกียรติและน่าเชื่อถือที่สุด โดยเป็นที่รู้จักในฐานะ "โรงเรียนสอนเจลาโต้และปรมาจารย์แห่งวงการเจลาโต้" และเป็น 1 ใน 77 ร้าน (จาก 583 ร้านที่ได้เข้าชิง) ที่ได้รางวัลสูงสุดระดับ 3 กรวย (Tre Coni) จาก Gambero Rosso เมนูยอดฮิตคือ Salted Pistachio ที่ดึงความหอมมันของถั่วพิสตาชิโอออกมาได้อย่างสุดยอด พร้อมมีความเค็มของเกลือมาตัดปลายลิ้น ช่วยชูรสให้กลมกล่อมและไม่เลี่ยนเลย , รสช็อกโกแลตระดับมหากาพย์ (Chocolate Sh ow) ขึ้นชื่อมากเรื่องรสช็อกโกแลตที่มีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์และหลายระดับความเข้มข้น โดยจะคัดเลือกเมล็ดโกโก้ชั้นเลิศจากแอฟริกาและอเมริกาใต้มาทำ
หมายเหตุ : หากร้านเวนคี่ (Venchi) ปิดทำการ จะเปลี่ยนไปทานที่ร้านชักโก้ (Ciacco) แทน หรือหรือ จะเลือกไปที่ร้าน Artico Gelateria Tradizionale ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการทำโปรแกรมหน้างานขณะนั้น
นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทสฟอร์ซา (Sforzesco Castle) ป้อมปราการและปราสาทอิฐแดงขนาดใหญ่สมัยศตวรรษที่ 14 อดีตที่พำนักของตระกูลผู้ครองเมืองมิลาน ปัจจุบันด้านในจัดแสดงพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึงผลงานสุดท้ายที่ยังไม่เสร็จของ Michelangelo จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดในโลก เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลักษณะเด่นคือยอดแหลมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงกว่า 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนกว่า 3,400 รูปประดับอยู่ทั่วทั้งภายนอกและภายใน ตัววิหารสร้างจากหินอ่อนคันโดเกลีย (Candoglia Marble) เป็นหินอ่อนสีชมพูขาวจากเหมืองคันโดเกลียทั้งหมด หนึ่งในยอดแหลมที่สูงที่สุด (108.5 เมตร) มีรูปปั้นมาดอนนินา (Madonnina) ตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นพระแม่มารีเคลือบทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน จากนั้นพาท่านชมแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตรงหน้ามหาวาหารแห่งเมืองมิลาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรอเนซองส์ มีหลังคาโดมแก้วและโมเสก โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กสูง 47 เมตร พื้นทางเดินประดับด้วยโมเสกสีสันสดใส เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) และ โรงละครลา สกาลา (Teatro alla Scala) โดยมีร้านค้าหรูหรามากมายอยู่ภายใต้หลังคาแห่งนี้ ร้านแฟชั่นระดับโลก เช่น Prada (สาขาแรกของโลกที่เปิดในปี 1913), Louis Vuitton, Gucci และร้านหมวกเก่าแก่ Borsalino มีร้านอาหารและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ เช่น Camparino in Galleria ร้านต้นตำรับของ Campari และร้านอาหาร Savini ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังมีประติมากรรมหินอ่อนคาร์ราราอนุสาวรีย์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Monument to Leonardo da Vinci) และลูกศิษย์ทั้ง 4 บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
16.00 น. ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาน เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
21.20 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพโดยสายการบินเอมิเรตส์ EMIRATES (EK) เที่ยวบิน EK92